Bughamyai on tour (4)

posted on 23 Apr 2008 15:43 by sheep-island

 

แหกตาตื่นแต่เช้ากะไว้ว่าจะลงไปรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเสียหน่อย ล้างหน้าถูขี้ฟันเปลี่ยนชุดพร้อมเปียกคว้ากล้องดิจิมอนตัวเก่งรีบรุดลงลิฟท์มุ่งหน้าชายหาด โชคดีพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นแต่น่าหวั่นใจที่เมฆมาก ต้องคอยลุ้นว่าจะได้ภาพพระอาทิตย์โผล่พ้นน้ำหาดขนอมรึป่าว

  

ลงมาด้านล่าง โอ้ว........ไม่ใช้เราคนเดียวที่ตืนเช้า ที่หาดเริ่มมีหลายคนลงมาเตร็ดเตร่ สาวๆสามสี่คนจับกลุ่มถ่ายรูปกันสนุกสนาน พี่คนนู้นกำลังง่วนอยุ่กับการตั้งขาตั้งกล้องรอถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นอย่างจริงจัง ลมเย็นๆโชยมาเดินเลียดชายน้ำ คลื่นเทกระทบฝั่งน้ำเย็นๆสัมผัสเท้าพาทรายไหลลงเป็นรอยร่องตามรูปเท้า เห็นแม่วิ่งมาแต่ไกลออกกำลังกายยามเช้าตามความเคยชิน ส่วนพ่อยืนสูบบุหรี่ควันฉุยอยู่ใต้ต้นมะพร้าวอย่างสบายอารมณ์ น้องชายเดินเอื่อยเฉื่อยมาตามทางเดินจากตัวโรงแรม หันกลับมาตายห่าพระอาทิตย์ขึ้นแล้วแต่เมฆยังบังอยู่ดีเอาวะตัดสินใจถ่ายทั้งอย่างนั้น แสงสะท้อนจากพระอาทิตย์ทำให้รูปออกมาสีเหมือนกับถ่ายยามอาทิตย์อัสดงยังไงยังงั้น

  

เมื่อเสพสมอารมณ์หมายได้รูปเรียบร้อยเลยชวนกันลงทะเลดีกว่า ทุกคนเห็นดีเห็นงามเว้นแต่ไอ้น้องชายตัวดีไม่นี้มาแปลกขอผ่าน เลือกนั่งเล่นบนเก้าอี้ชายหาดมองดูพวกเราที่เหลือลงเล่นน้ำอย่างเมามัน อ่อ จริงๆมีน้าสาวของเราอีกหนึ่ง รายนั้นยังอยู่บนห้องป่านนี้คงอาบน้ำแต่งตัวไปแล้ว ซักพักใหญ่แม้บอกว่าได้เวลา ให้รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาเจอกันที่ห้องอาหารด้านล่างเสร็จมื้อเช้าวันนี้เราจะไปดูโลมากัน

หม่ำมื้อเช้าเรียบร้อยเก็บกระเป๋าชักเอ้าท์ออกจากโรงแรม พี่บ่าววนรถมาจอดหน้าล็อบบี้เมื่อลำเลียงกระเป๋าของเราใส่ท้ายรถเสร็จสรรพ ล้อก็หมุนมุ่งหน้าหาดแขวงเภาที่ที่เราจะไปลงเรือ พ่อโทรติดต่อกลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านตามเบอร์โทรในหนังสืออสท.ตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อไปถึงก็ต้องนั่งรอนิดหน่อยเพราะช่วงเทศกาลนักท่องเที่ยวมากเรือออกหมดเราเลยต้องรอเรือเสริมที่เขากำลังเรียกมาให้

 

กลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านนี้น่าสนใจ เป็นการรวมกลุ่มกันชาวประมงที่ทำข้อตกลงกันในการจับสัตว์น้ำในบริเวณนั้นด้วยวิธีที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อม พี่เกรียงไกรหัวหน้ากลุ่มเล่าให้ฟังช่วงเวลารอเรือ ยกตัวอย่างการจับปู จะมีการกำนดระยะเวลาเว้นการจับในฤดูผสมพันธุ์ การปล่อยปูส่วนหนึ่งคืนสู่ธรรมชาติหลังจากการจับ ในช่วงเทศกาลว่างเว้นจากการออกเรื่อก็จะเอาเรือประมงมาบริการนักท่องเที่ยวพานั่งเรือชมอ่าวขนอม

  

ใต้เพิงเล็กๆริมหาดที่ปลูกอย่างหยาบไว้เก็บอุปกรณ์จับปลา ยามนี้ถูกดัดแปลงเอาไว้ตอนรับนักท่องเที่ยว ฝาด้านข้างมีกระดานเขียนคิวการออกเรือด้วยปากกาเคมีแบบที่ลบได้ อีกข้างมีรูปโลมาและวาฬชนิดต่างๆ ตัวที่เคยพบในอ่าวขนอมถูกวงด้วยปากกาสีแดงเอาไว้ บนโต๊ะมีสูจิบัตรแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวอย่างคร่าวๆ พี่หัวหน้าเล่าให้ฟังว่าที่ขนอมนี้พบเห็นโลมาอยู่บ่อยครั้งทั้งพันธุ์สีชมพูและสีน้ำเงิน แกว่าถ้านับจริงๆน่าจะมีถึง 30 ตัว (พี่บ่าวแอบแซวเราก่อนจะลงรถว่าจะได้เห็นหรือโลมา เขาว่ามันมีเหลืออยู่แค่ 7 ตัว) พวกเราได้แต่ภาวนาขอให้วันนี้โชคดีได้เห็นโลมากับเขาบ้าง

เกือบสิบโมงเรือของเราก็มาถึง พวกเราไม่รอช้ารีบเร่งลงเรือ พี่เกรียงไกรลงเรือไปกับเราด้วย (โดยปกติเรือแต่ละลำจะมีคนขับเรือหนึ่งคนและคนบรรยายอีกหนึ่งคน แต่อย่างที่บอกว่าวันนี้แขกเยอะพี่เกรียงไกรเลยต้องลงมาเป็นไกด์ให้เราด้วยตัวเอง) ลืมบอกไปเรื่องราคาเรือ เนื่องจากเรือที่นี่เป็นเรือประมงขนาดเล็กเลยรับผู้โดยสารได้ไม่เกิน 8 คน ถ้ามาน้อยอาจไปรวมกับกลุ่มอื่นหรือจะเหมาลำก็ไม่ว่ากัน ราคาก็อยู่ที่ 1,400 บาทถ้าจำไม่ผิด

เรือเเล่นโต้คลื่นยามสายๆกระทบข้างเรือน้ำทะเลกระเซ็นเป็นละอองเล็กลอยมาตามลมเข้าปากเค็มประเเล่มประเเล่ม พอห่างฝั่งออกมาหน่อยคลื่นเล็กเรือเร่งความเร็วได้สบาย พอพ้นหาดแขวงเพลาแลเห็นเรืออีกลำจอดลอยนิ่งอยู่คนขับเรือลำนั้นหันมาส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง

 

พี่เกรียงไกรหันไปบอกคนขับเรือของเราให้ดับเครื่องพร้อมหันมาบอกเราว่า "โลมา......เจอโลมาแล้ว" พวกเราตื่นเต้นกันใหญ่หยิบกล้องมาเปิดแทบไม่ทัน จับจ้องไปที่ผืนน้ำสอดส่ายสายตาไปรอบๆ "นู่นๆ......ทางนั้น" พ่อร้องเสียงหลงพาสายตาพวกเราทุกคู่มองตามไป ภาพที่เห็นเป็นโลมาสองตัวตัวหนึงสีชมพูสดกับอีกตัวน้ำเงินอ่อนโผล่พ้นน้ำห่างออกไปร่วมสามสิบเมตร พวกมันโผล่ขึ้นมาเพียงไม่ถึงสามวินาทีแต่ก็สร้างความตื่นเต้นให้เราอย่างไม่น่าเชื่อ จำได้ตอนเด็กๆพ่อพาไปเที่ยวซาฟารีเวิร์ลไปดูโชว์โลมา ได้ถ่ายรูปใกล้ๆได้ลองสัมผัส ยังไม่เห็นตื่นเต้นเท่านี้เลย พวกมันดำลงน้ำไปพาพวกเราบ่นกันใหญ่เพราะยังจับภาพได้ไม่ทันเลย

ผืนน้ำดูราบเรียบสงบนิ่งเหมือนเช่นพวกเราที่ในเวลานี้ดูทุกคนจะนิ่งเงียบจับจ้องแต่บนผิวน้ำรอบตัว "ทางนั้นครับ ทางนั้น" พี่เกรียงไกรร้องบอกพวกเรามองไปตามทิศทางนิ้วของเขา เป็นโลมาอีกตัวหนึ่งดำผุดดำว่ายขึ้นลงไปมา เที่ยวนี้ผมจับภาพได้ทันเพียงแต่ภาพมันบอกมาดูยากไปเสียหหน่อยเห็นเพียงคลีบด้านหลังโผล่เหนือน้ำเท่านั้น แล้วความสงบเงียบก็มาเยือนอีกครั้ง พวกเราลอยเรือต่ออีกประมาณห้านาทีจนพี่เกรียงไกรบอกว่าโลมาคงไปแล้ว คนขับเรือจึงติดเครื่องอีกครั้งมุ่งหน้าต่อไป ผมขอดูรูปจากกล้องของน้าสาว โอ้.....เจ๋งน้าเขาอัดวีดีโอเอาไว้ แหร่มเลย

เรือแล่นโต้คลื่นลมผ่านหาดสวยงามหลายหาด ที่ดูจะสดุดตาน่าจะเป็นหาดท้องเนียน ที่ดูน่าเล่นเป็นที่สุดพี่เกรียงไกรบอกว่าที่หาดท้องเนียนนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังโจรสลัดฮอลลี่วูดภาคสอง แต่พี่เขาจำชื่อหนังไม่ได้พวกเราคุยกันแล้วลงความเห็นว่านน่าจะเป็น ไพเรทออฟดิแคริบเบียน2เป็นแน่ ถัดมาอีกหน่อยเป็นเขาพับผ้าที่ได้ชื่อว่าเช่นนี้ก็เพราะว่าเป็นเขาหินที่มีหินซ้อนทับกันลักษณะเหมือนคนเอามาพับไว้มาซ้อนกันหลายๆชั้น เป็นความงดงามที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ

  

เรือมาจอดที่เกาะเล็กๆเกาะหนึ่งชื่อว่าเกาะนุ้ยนอก บนเกาะนี้มีความพิเศษจริงที่มือบ่อน้ำจืดบนเกาะ โดยชาวบ้านเล่าขานยึดโยงเอาตำนานของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดว่าสถานที่ที่หลวงปู่เหยีบน้ำทะเลให้จืดก็คือที่เกาะนุ้ยนอกนี่เอง เท็จจริงประการใดคงยากจะคาดเดา ที่ที่น่าแปลกเพราะบ่อนั้นมีลักษณะเหมือนรอยเท้าเสียด้วย พี่เกรียงไกรบอกว่าเคยลองวัดดูลึกอยู่ที่ประมาณ 2 เมตรเห็นจะได้ บ่อนั้นไม่ได้อยู่บนเกาะแต่เป็นริมตะลิ่งที่พอเวลาน้ำขึ้นน้ำทะเลก็จะท่วมบ่อซะมิด ต่อเมื่อน้ำทะเลลงน้ำจืดจะค่อยพุดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด บนเกาะมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดจำลองประดิษฐานอยู่พวกเราจึงขึ้นไปกราบไว้ขอพรกัน

เมื่อออกจากเกาะนุ้ยนอกก็จะผ่านส่วนที่เขาเรียกว่าช่องรูเร็ต เป็นช่องที่อยู่ระหว่างแผ่นดินกับเกาะใกล้ๆนั่นเอง ใกล้มีเกาะเล็กๆชื่อว่าเกาะผีตั้งอยู่ ที่ได้ชื่อว่าเกาะผีพี่เกรียงไกรเล่าว่าเป็นเพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่กระแสน้ำวนในสมัยก่อนเวลาออกเรือเมื่อมีคนตายชาวเรือก็มักเอาศพโยนลงน้ำ และบ่อยครั้งที่ศพเหล่านั้นจะลอยมาติดที่เกาะแห่งนี้ ชาวบ้านจึงกล่าวขานว่าเกาะผีเรื่อยมา เกาะผีนี้เป็นจุดแบ่งระหว่างเขตอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราชกับอำเภอดอนสัก สุราษฎร์ธานี จากจุดนี้เรามองเห็นท่าเรือเฟอร์รี่ที่ข้ามไปเกาะสมุย แม้แต่ตัวเกาะสมุยเองในวันนี้ฟ้าโปร่งอย่างวันนี้ก็มองเห็นได้อยู่ในระยะไกลๆ

 

เรือวกกลับพอพ้นเกาะผีมาได้นิดหน่อยเราก็เห็นเรือจอดลอยอยู่หลายลำ โดยไม่ต้องบอกทุกคนก็รู้ทันทีว่าคงจะมีโลมาให้เห็นอีกแน่ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง เราเห็นโลมาสองตัวว่ายเป็นวงกลมตีน้ำกระจายดำผุดขึ้นลงไปมา พี่เกรียงไกรว่าพวกมันกำลังต้อนปลาให้มาอยู่รวมกันก่อนจะจับกินอย่างง่ายดาย

ผ่านไปซักพักพวกโลมาก็ส่งเสียงร้องเหมือนเป็นการอำลาพวกเราก่อนจะดำหายไปในท้องทะเล ใกล้เที่ยงพอเริ่มหิวเลยถามพี่เกรียงไกรว่าเราจะไปไหนกันต่อ พี่เกรียงไกรก็บอกว่าเราได้แวะตามจุดสำคัญครบถ้วนพอดีได้เวลากลับฝั่งหาอะไรใส่ท้องเสียหน่อย ระหว่างทางขากลับผมสังเกตุเห็นสิ่งก่อสร้างที่ริมหาดใกล้หาดท้องเนียน พี่เกรียงไกรว่าเขากำลังก่อสร้างท่าเรือเฟอร์รี่ของบริษัทเอกชน "ถ้าสร้างเสร็จไม่รู้ว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไปเท่าไร ผมไม่เคยเห็นเขาทำรายงานเรื่องผลกระทบต่อสภาพแวดล้มเลย ร้องไปทางจังหวัดเรื่องก็เงียบหาย" พี่เกรียงเล่าเสียงเศร้า ผมอดสงสารแทนชาวบ้านไม่ได้ ไม่รู้ว่าในอนาคตที่นี่จะเป็นอย่างไร โลมาจะยังคงอยู่คู่ขนอมต่อไปรึป่าว

  

ใกล้เที่ยงคลื่นลมเริ่มแรงทำให้เราเข้าฝั่งยากลำบากเสียหน่อย แต่ก็ไม่เกินความสามารถระหว่างทางผมสัมภาษณืพี่เกรียงไกร เมื่อก่อนแกเป็นทหารเรืออยู่กรุงเทพฯ เบื่อชีวิตเร่งรีบ รถติด และมลพิษเลยลาออกหนีความศิวิไลซ์มาเป็นชาวประมงอยู่ที่นี่ ทั้งที่ไม่มีความเจริญ ไม่มีแสงสี ไม่มีห้างสรรพสินค้าแต่พี่เกรียงไกรกลับบอกว่ามีความสุขกว่าอยู่ที่กรุงเทพฯหลายเท่า ผมหล่ะอดอิจฉาพี่เขาไม่ได้

เรือเทียบท่าเพิงไม้หลังเดิมกับตอนลงเรือ แอบเห็นกุ้งและกั้งที่พี่เขาจับมาขังไว้ในกระชังยังเป็นๆอยู่เลย พ่อเลยขอซื้อกะว่าจะเอาไปให้ร้านอาหารเขาทำให้ กุ้งแม่หวาดหางแดงตัวใหญ่ 12 ตัวหนึ่งกิโล 400 บาท กับกั้งตัวใหญ่สุดๆ 4 ตัวหนึ่งกิโล 650 บาท แม่บอกตัวขนาดนี้ราคาไม่แพงเลย ก่อนกลับพี่เกรียงไกรเอาสมุดเยี่ยมมาให้พวกเราเซ็น ผมเขียนชื่นชมพวกพี่เขาที่รวมกลุ่มกับดูแลบ้านของพวกเขาเอง สาธยายความสวยงามร้อยแปดประการ อ่อ....ที่จะขนาดไม่ได้ข้อเสนอแนะที่พ่อบอกอยากให้พี่เขาช่วยเก็บน้ำจากบ่อน้ำจืดเอาไว้แจกนักท่องเที่ยวเป็นที่ระลึกก็จะดีไม่น้อยเลยทีเดียว

  

เนื่องจากหิวกันจนตาเริ่มลายเราเลยเลือกร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ ชื่อว่าร้านเคียงทะเลเป็นร้านเล็ดๆที่มีเพียงไม่กี่โต๊ะ พ่อจัดแจงบอกลุงเจ้าของร้านว่าขอให้เขาช่วยอบกุ้งให้หน่อย ส่วนกั้งนั้นขอให้ทอดกระเทียมให้ แล้วสั่งอาหารเพิ่มอีกสามอย่าง รสชาติอร่อยทีเดียวราคาก็ถูกผมชอบน้ำจิ้มซีฟู้ดของเค้าที่ทำสดๆเสิร์ฟมาถ้วยใหญ่ๆ ปูผัดผงกระหรี่ กับหมึกนึ่งมะนาวออกหลานไปนิดเติมน้ำปลาอีกหน่อยรสเลิศไม่แพ้ภัตตราคารเลยทีเดียว ต้มยำปลารสชาติจักจ้านซดแล้วคล่องคออย่างบอกไม้ถูก

ถอดนาฬิกาล้างแขนที่เหนียวเพราะน้ำทะเลต้องตกตะลึง เพราะตอนนี้แขนเรากลายเป็นแพนด้าไปเสียแล้ว ขาวเป็นช่วงๆ ที่ข้อมือกับที่แขนที่มือ สีผิวมันช่างต่างกันเหลือเกิน แดดที่นี่ไม่ธรรมดาจริงไอ้เราก็เห็นว่าตอนออกเรือไปยังเช้าเลยชล่าใจไม่ได้ทาโลชั่นกันแดดไปด้วย ดำไปเลยเรา กินข้าวเที่ยงเสร็จเราก็วางแผนกันว่าจะไปดูเจดีย์ประการังเสียหน่อยเห็นป้ายสีฟ้าบอกทางว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของขนอม วนรถออกมาไม่ไกลจากแขวงเภาซักสิบกิโลเมตรเห็นจะได้ ถ้าเข้าดูลำบากยากเย็นเอาการเป็นทางลูกรังที่เดินรถได้คันเดียวต้องวัดดวงว่าถ้าเจอรถสวนลงมาก็ต้องถอยหลบกันยาวเลยทีเดียว

  

ขึ้นมาถึงบนเขาที่ไม่สูงมากนักก็มีเจดีย์องค์หนึ่งตั้งเด่นอยู่โดดเดี่ยว เหลือเพียงฐานแล้วส่วนล่างขององค์เจดีย์ส่วนด้านบนนั้นผุพังไปตามกาลเวลา ดูภายนอกก็ไม่เห็นจะประการังตรงไหน แต่พอเดินเข้าไปดูใกล้จึงได้เข้าใจ ตัวเจดีย์นั้นทำจากหินประการังนั่นเอง ไม่น่าเชื่อว่าหินประการรังที่ดูเปราะจะเอามาก่อสร้างเป็นเจดีย์ได้ จากบริเวณนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหาดท้องเนียนได้เป็นอย่างดี สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

ครบถ้วนกระบวนความได้เวลาอำลาขนอม มุ่งหน้าสู่เมื่องนครฯ ระหว่างทางสังเกตุเห็นรีสอร์ทใหม่ๆผุดขึ้นมากมาก พ่อบอกว่าเมื่อปีกลายที่มายังไม่เยอะเท่านี้เลย ที่ดินว่างเปล่าเวลานี้ก็ถูกปรับปรุงมีป้ายปักเขียนด้วยภาษาอังกฤษว่าขายหรือให้เช่าอยู่เกลื่อนกลาด พี่บ่าวบอกว่าตอนนี้คนกำลังตื่นขนอม นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะฝรั่งหันมาเที่ยวที่นี่มากขึ้นกว่าแต่ก่อนที่มักจะนิยมข้ามไปสมุย พะงันเสียมากกว่า "อย่างนี้โครงการก็ล่มเสียเเล้วสิ" พ่อบ่นพึมพำ "โครการอะไร" แม่สงสัย พ่อบอกว่าคราวที่แล้วที่มายังชวนเพื่อนอยู่เลยว่าอยากจะมาสร้างบ้านอยู่ที่นี่ เพราะเห็นว่าสงบเงียบดีแล้วที่ทางคงไม่แพง แต่ตอนนี้คงจะซื้อไม่ไหว ถ้าใครที่อยากจะไปเที่ยวขนอมขอแนะนำว่าให้รีบไปเสียแต่เนิ่นๆ รออีกปีสองปีขนอมอาจจะกลายไปเป็นอย่างสมุยไปแล้วก็ได้

 

edit @ 25 Apr 2008 17:11:21 by คิดจะใหญ่ใจต้องนิ่ง

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาเยี่ยมค่ะ ฝากด้วยน่ะค่ะ

Book cheap transfer at Bangkok Suvarnbhumi Airport with a comfortable and car and VIP van for all destination & you need at bangkoklimo.org.online payment is available.

www.bangkoklimo.org

#1 By bangkoklimo (58.8.92.185) on 2009-05-27 11:52